สิงหาคม 9, 2020

เลือกประเภทของหูฟังอย่างไร ให้เหมาะกับคุณ?

ประเภทของหูฟังนั้นมีหลากหลายประเภท คงปฏิเสธไม่ได้ว่าส่วนมากมักจะแถมมาจากแบรนด์โทรศัพท์มือถือ แต่อย่างไรก็ดี มีนักฟังเพลงหลายคนที่ซื้อหูฟังเพื่อให้เข้ากับสไตล์การฟังเพลงของตนเอง แต่..เราจะรู้ได้อย่างไรว่า หูฟังแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะตัวอะไรบ้าง วันนี้ headphonestyles.com จะมาแนะนำรายละเอียดต่างๆ เบื้องลึกว่าหูฟังแต่ละประเภทนั้นมีจุดเด่น จุดด้อยอย่างไร เพื่อประกอบการตัดสินใจสำหรับเลือกซื้อหูฟัง ให้กับเหล่านักฟังเพลงมือใหม่หลายๆคนด้วยครับ

**ก่อนจะเริ่มลงรายละเอียดขอกล่าวตรงนี้ก่อนว่า ทางเราขออนุญาตพูดถึงภาพรวมของคุณลักณะประเภทหูฟังต่างๆ แน่นอนว่าหูฟังแต่ละตัวมักจะมีข้อยกเว้น เช่นหูฟังประเภทนี้ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย มียี่ห้อนี้ทำแบบนี้ก็ได้เป็นต้น แต่ในบทความเราจะพูดถึงลักษณะโดยภาพรวมเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ

บนท้องตลาดทุกวันนี้ประเภทหูฟังที่คุ้นหูคุ้นตา เห็นได้ทั่วไป และเป็นที่นิยม จะมีด้วยกัน 3 ประเภทหูฟังหลัก คือ

1. หูฟังเอียร์บัด (Earbuds)

2. หูฟังแบบเสียบหู (In-Ear)

3. หูฟัง Headphone (Full-Size) โดยสำหรับ Headphone จะถูกซอยย่อยออกมาอีก 2 ประเภทคือ

  • 3.1 หูฟังแนบหู (On-ear)
  • 3.2 หูฟังครอบหู (Over-ear)

หูฟังเอียร์บัด (Earbuds)

มันคือประเภทหูฟังที่เราเชื่อว่าแทบทุกคนจะต้องเคยเห็นและผ่านมา เพราะนี่คือหูฟังที่ปฏิวัติวงการเครื่องเสียงอย่างแท้จริง หูฟังประเภทเอียร์บัดถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ประมาณปี 1980 หลายคนคงจำกันได้กับเจ้า Sony Walkman ในตำนานที่ดังเป็นพลุแตก และมาดังกันแบบสุดๆในชื่อ “หูฟังไอโฟน” หรือถ้าจะพูดให้ถูกหูฟังที่แถมมากับ iPhone 

สิ่งที่ทำให้หูฟังประเภท Earbuds เป็นที่แพร่หลายเพราะส่วนใหญ่หูฟังเอียร์บัดจะมีราคาค่อนข้างถูก และหาซื้อได้ทั่วไป สะดวกในการพกพา โดยที่ให้เสียงที่มีคุณภาพในราคาจับต้องได้ ในส่วนของเสียงจะมีจุดเด่นที่ สามารถเก็บรายละเอียดได้ดี (แต่ไม่เท่าหูฟัง In-ear)  เสียงค่อนข้างโปร่ง ฟังสบาย เวทีเสียงกว้างพอประมาณ แต่หูฟังประเภทเอียร์บัดกันเสียงข้างนอกไม่ค่อยได้ ซึ่งก็มีข้อดีเหมือนกันเพราะจะทำให้เราไม่เกิดอันตรายระหว่างเดินทางนั่นเอง ข้อเสียอีกอย่างหนึ่งก็คือใส่นานๆแล้วเจ็บหู แถมยังหลุดง่ายเวลาเคลื่อนไหวเร็วๆอีกด้วย

หูฟังประเภท Earbuds ปัจจุบันได้รับความนิยมน้อยลงและผู้ผลิตหลายรายหันไปทำหูฟัง In-ear กันมากกว่า แต่ก็ยังมี หูฟัง Earbuds ที่ให้เสียงระดับเทพที่คนมักพูดถึงได้แก่ เจ้า Sennheiser MX985 (รุ่นเก่า MX980) ดีไซน์สวยและให้เสียงที่ดีมากๆ  หรือ Yuin PK1 และ Yuin PK2 เป็นต้น

ข้อดี

  • พกพาง่าย
  • ราคาไม่แพง
  • ปลอดภัยเพราะได้ยินเสียงภายนอก

ข้อเสีย

  • กันเสียงรบกวนภายนอกไม่ได้เลย
  • หลุดง่าย และใส่ไม่ค่อยพอดีเพราะขนาดหูแต่ละคนไม่เท่ากัน
  • ใส่นานๆแล้วมักจะเจ็บรอบรูหู

หูฟังอินเอียร์  (In-ear)

ถัดมาหูฟังแบบเสียบหู หรือหูฟัง In-ear จัดได้ว่าเป็นประเภทของหูฟังที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน นอกจากความสะดวกในการพกพาแล้ว หูฟังแบบ In-Ear สามารถกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีมากๆ ด้วยความที่จุกยางหรือจุกโฟมมีหลายขนาดและ ถูกสอดเข้าไปในรูหูจนปิดสนิทจึงทำให้หูฟังสวมใส่ได้พอดี และหลุดได้ยาก   ในด้านเสียงมีจุดเด่นคือรายละเอียดได้ชัดเจนและครบครัน เนื่องความที่หูฟังอยู่ใกล้รูหู และการกันเสียงรบกวนที่ดีเยี่ยม จึงทำให้ได้เสียงรายละเอียดดีขึ้นไปอีกขั้น ข้อควรระวังของหูฟังประเภทนี้คือเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากหูฟังประเภทนี้สามารถกันเสียงได้ดีมากๆ ทำให้เราไม่ค่อยได้ยินเสียงจากภายนอก บางครั้งอาจเกิดอันตรายได้ และสำหรับคนที่ชอบเปิดเสียงดังมากๆก็จะเป็นอันตรายต่อหูได้เช่นกัน

ข้อดี

  • พกพาง่าย
  • กันเสียงรบกวนได้ดีเยี่ยม
  • รายละเอียดเสียงชัดเจน ครบถ้วน

ข้อเสีย

  • ไม่ได้ยินเสียงรบกวนภายนอก อาจได้รับอันตรายได้
  • ถ้าเปิดเสียงดังจะเป็นอันตรายต่อหู

หูฟังแบบครอบหู (Headphone)

สุดท้ายหูฟัง Headphone ถือว่าเป็นประเภทของหูฟังที่เก่าแก่มีมานานหรือที่คนชอบเรียกว่าหูฟังคาดหู สามารถแบ่งได้อีก 2 แบบ นั่นก็คือ แบบแนบหู (On-Ear) กับ แบบครอบหู (Over-Ear)

เริ่มที่หูฟังประเภทแบบแนบหู On-Ear เป็นหูฟังคาดหูที่มีขนาดเล็กลงมา โดยเวลาใส่ตัวฟองน้ำหูฟังจะแนบพอดีที่ใบหู จุดเด่นของหูฟังประเภทนี้คือให้เสียงที่กว้างขวาง ฟังสบายตามลักษณะของหูฟัง Full-size แต่ย่อขนาดให้เล็กลง ถึงแม้จะทำให้เสียงด้อยลงมาบ้างแต่ก็แลกมากับความสามารถในการพกพาด้วยน้ำหนักที่เบากว่า Full-size ขนาดใหญ่ ทำให้สะดวกในการพกพาไปไหนมาไหนนั่นเอง อีกทั้งยังกันเสียงจากภายนอกได้ดีในระดับนึง แต่ด้วยความที่ตัวฟองน้ำแนบหูพอใส่ไปนาอาจจะทำให้เกิดอาการร้อนใบหู หรือเหงื่อชุ่มหูได้เช่นกัน

สำหรับหูฟังประเภท On-ear ยอดนิยมพักหลังๆมักจะมาในรูปแบบไร้สายหรือหูฟังบลูทูธกันมากขึ้น เช่น AKG Y50BT หรือว่า Sennheiser Momentum 2.0 Wireless ที่ให้เสียงได้ยอดเยี่ยมถือว่าเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ชอบแนวเสียงฟังสบาย เวทีเสียงกว้าง เสียงสมจริง แต่ยังต้องการการพกพาที่สะดวก

ข้อดี

  • น้ำหนักเบา ง่ายต่อการสวมใส่ และมักจะมากับดีไซน์สวยงาม
  • หูฟังบางรุ่นพับเก็บได้จึงทำให้ง่ายต่อการพกพา
  • หยิบใช้สะดวกระหว่างเดินทาง
  • ให้เสียงฟังสบาย เวทีเสียงกว้าง เป็นธรรมชาติ

ข้อเสีย

  • ใส่ฟังนานๆใบหูมักจะร้อนและมีเหงื่อชุ่ม
  • กันเสียงภายนอกได้ไม่ดีเท่าที่ควร